การตรวจสอบและติดตามสภาพเครื่องจักรแบบ Real-time ด้วย RTU


ในชีวิตประจำวันเราต้องตรวจสุขภาพอยู่เสมอ เพื่อจะได้ป้องกันปัญหาสุขภาพได้อย่างทันท่วงที ในโรงงานก็เช่นเดียวกัน การตรวจติดตามสภาพเครื่องจักรแบบ real-time ช่วยให้เราวางแผนป้องกันปัญหาของเครื่องจักรที่จะเกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะต้องหยุดการผลิตโดยไม่จำเป็น



ลองสำรวจโรงงานของเราดูว่า การตรวจติดตามสภาพเครื่องจักรแบบที่ใช้กันอยู่สามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ การละเลย การตรวจสอบที่ไม่ถูกต้อง การบันทึกข้อมูลที่ผิดพลาด หรือแม้กระทั่งปัญหาบางอย่างที่เราคาดไม่ถึง ปัญหาเล่านี้ทำให้การตรวจติดตามสภาพเครื่องจักรไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ดังนั้นจึงมีการนำเอาเทคโนโลยี RTU (Remote Terminal Unit) เข้ามาช่วยในการตรวจติดตามสภาพเครื่องจักร ซึ่งสามารถลดการใช้พนักงานในการตรวจติดตาม ลดความผิดพลาดจากสาเหตุต่างๆ สามารถตรวจติดตามได้แบบ real-time และมีประสิทธิภาพในการตรวจติดตามมากกว่าแบบเดิม



หัวใจหลักของการตรวจติดตามสภาพเครื่องจักรแบบ real-time อยู่ที่ RTU ที่คอยเก็บค่าต่างๆ ของเครื่องจักรเช่น อุณหภูมิ แรงดัน แรงสั่นสะเทือน เป็นต้น และส่งข้อมูลดังกล่าวมาที่ส่วนกลาง การเก็บข้อมูลดังกล่าวสามารถทำได้แบบ real-time ทำให้เราสามารถตรวจสอบสภาพเครื่องจักรได้แบบ real-time และนอกจากนั้น ระบบยังสามารถแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยวิธีต่างๆ เช่น SMS, EMAIL หรือ Voice mail ซึ่งการทำงานแบบ real-time ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจติดตามสภาพเครื่องจักร และทำให้เราสามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
โครงสร้างภายนอกของ RTU ประกอบด้วย Base terminal, CPU module, Input/ Output terminal, Communication terminal แต่ละส่วนทำหน้าที่ดังนี้



1. Base terminal เป็นส่วนฐานของ RTU ไว้สำหรับยึด RTU กับราง DIN rail และเป็นส่วนที่รวม Input/ Output terminal และ Communication terminal อยู่ด้วย เวลา RTU ชำรุดต้องการเปลี่ยนตัวใหม่จะเปลี่ยนแค่ CPU Module ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Base terminal และสามารถเปลี่ยนได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องตัดไฟเลี้ยง หรือที่เรียกว่า hot swap


2. CPU Module ส่วนประมวลผลกลางของ RTU ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งต่างๆ ที่เราสั่งให้ RTU ทำงาน สามารถเขียนโปรแกรมได้หลายภาษาเช่น C/C++, PLC program (Ladder, IL, ST) ซึ่งทำให้เราสามารถประยุดต์ RTU ให้ทำงานตามที่เราต้องการได้เช่น การควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า, การสั่งงานในลักษณะ Event, การทำ alarm และทำหน้าที่ในส่วนของการเก็บข้อมูลตามช่วงเวลาที่กำหนด (Data-logging)


3. Input/ Output terminal ส่วนรับสัญญาณ Input และ Output จากอุปกรณ์ภายนอก สามารถรับสัญญาณได้หลายชนิดเช่น Digital input, Analog input (4-20 mA, 0-10 VDC, PT100 เป็นต้น), Digital output, Analog output


4. Communication terminal ส่วนพอร์ทสื่อสารที่ไว้สำหรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์ภายนอก พอร์ทสื่อสารของ RTU ควรมีไห้ครบไม่ว่จะเป็น RS232, RS422, RS485, Ethernet เนื่องจาก RTU จำเป็นต้องสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น Modem, Gateway จึงจำเป็นต้องมีพอร์ทสื่อสารที่ครบ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s