มาตรฐานต่างๆ เกี่ยวกับ Touchscreen

ก่อนอื่นเริ่มกันที่มาตรฐานแรกคือ IP ย่อมาจาก Ingress Protection คือ ค่ามาตรฐานการป้องกัน ซึ่งจะเป็นค่าแสดงระดับการป้องกันของกล่อง แผงไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง โดยที่ค่า IP นั้นจะแสดงด้วยตัวเลข 2 หลัก คือ IPxx โดยที่ตัวเลขหลักแรกจะหมายถึงการป้องกันจากของแข็ง ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-6 ส่วนตัวเลขหลักที่สอง จะหมายถึงการป้องกันจากของเหลว ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-8

IPxx
ตัวเลขหลักแรกจะหมายถึงการป้องกันจากของแข็ง ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-6
0 : ไม่มีการป้องกันใดๆได้เลย
1 : มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 มม. ขึ้นไป (เช่น มือ)
2 : มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 12 มม. ขึ้นไป (เช่น นิ้วมือ)
3 : มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.5 มม. ขึ้นไป (เช่น อุปกรณ์,เครื่องมือ,ลวด)
4 : มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 มม.(เช่น อุปกรณ์,เครื่องมือ,ลวดขนาดเล็ก)
5 : มีการป้องกันจากฝุ่นผงละออง แต่ต้องเป็นฝุ่นละอองของสารที่ไม่ทำให้เกิดอันตราย (อนุญาตให้เข้าได้อย่างจำกัด แต่ไม่มีอันตราย)
6 : มีการป้องกันจากฝุ่นผงละอองของสารที่อาจทำให้เกิดการกัดกร่อน หรือเป็นอันตรายได้




ตัวเลขหลักที่สอง จะหมายถึงการป้องกันจากของเหลว ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-8
0 : ไม่มีการป้องกันจากของเหลวใดๆได้เลย
1 : มีการป้องกันจากหยดน้ำที่หยดลงมาในแนวดิ่ง
2 : มีการป้องกันจากหยดน้ำที่หยดลงกระทบทำมุม 15 องศาจากแนวดิ่ง
3 : มีการป้องกันจากน้ำฝนที่ตกกระทบทำมุม 60 องศาจากแนวดิ่ง
4 : มีการป้องกันจากละอองน้ำได้ทุกทิศทาง (อนุญาตให้เข้าได้อย่างจำกัด)
5 : มีการป้องกันจากการฉีดน้ำ (jet) แรงดันต่ำได้ทุกทิศทาง (อนุญาตให้เข้าได้อย่างจำกัด)
6 : มีการป้องกันจากการฉีดน้ำ (jet) (อนุญาตให้เข้าได้อย่างจำกัด)
7 : มีการป้องกันจากการจุ่มลงในน้ำได้ชั่วคราวที่ความลึก 15-100 เซนติเมตร เป็นเวลา 30 นาที
8 : มีการป้องกันจากการจุ่มลงในน้ำภายใต้แรงกดดันได้เป็นเวลานาน



ยกตัวอย่างเช่น
– ค่า IP23 ก็หมายถึงว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนี้สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 12 มม. ได้ และป้องกันน้ำฝนที่ตกกระทบทำมุม 60 องศาจากแนวดิ่งได้
– IP67 คือ สามารถป้องกันฝุ่นได้ 100% และสามารถจมน้ำได้ถึง 1 เมตร โดยไม่มีน้ำเข้า

ต่อมาพูดถึงมาตรฐาน CE, FCC และ UL พวกนี้ คือ Safety Mark ค่ะ จะสังเกตุได้ว่า
– FCC and UL เป็นโลกของ US
– CE เป็นกลุ่ม EU

CE Mark หรือ Conformite European Mark เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้าอุตสาหกรรมที่จำหน่ายในสหภาพยุโรป (European Union : EU) ทั้งสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตใน EU มีการออกแบบและการผลิตที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามระเบียบข้อบังคับที่ EU กำหนด ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคใน EU ถึงความปลอดภัยในการใช้สินค้าและลดผลกระทบที่อาจมีต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อสร้างมาตรฐานสินค้าของประเทศสมาชิกในกลุ่ม EU ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน EU เริ่มบังคับใช้เครื่องหมาย CE มาตั้งแต่ปี 2536 โดยกำหนดให้สินค้าอุตสาหกรรมทุกประเภทที่จำหน่ายใน EU ต้องติดเครื่องหมาย CE ครอบคลุมตั้งแต่ของเด็กเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร อุปกรณ์ทางการแพทย์ ลิฟต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง วิทยุและอุปกรณ์สื่อสาร และหม้อน้ำร้อน เป็นต้น


FCC ซึ่งเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการป้องกันรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะไปรบกวนอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ระหว่างการใช้งาน และมาตรฐาน UL ที่เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้

FCC ย่อมาจาก Federal Communications Commission, คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร องค์กรนี้เป็นตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ที่วางระเบียบให้แก่อุปกรณ์ประเภทวิทยุ โทรทัศน์ ผู้ให้บริการการสื่อสารระหว่างรัฐ และงานให้บริการระหว่างประเทศที่อยู่ในสหรัฐฯ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ที่ผลิตสัญญาณความถี่วิทยุ ซึ่งจะไปรบกวนการส่งกระจายทางธุรกิจ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้องได้รับการรับรองจาก FCC ก่อนที่จะนำไปขายในสหรัฐฯ เพื่อให้ตรงกับข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการเป็นตัวนำและการกระจายคลื่นวิทยุ FCC จะแบ่งเครื่องคอมพิวเตอร์เป็น 2 ประเภท คือ Class A (ใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือด้านธุรกิจ) และ Class B (ใช้งานในบ้าน) (ดูที่ Class A/Class B)


Underwriters Laboratories Inc. (UL) คือ องค์กรอิสระดำเนินการให้การรับรองผลิตภัณฑ์ ทดสอบผลิตภัณฑ์และจัดทำมาตรฐานด้านความปลอดภัย มากว่า 100 ปี ยูแอลได้จัดตั้งขึ้นใน ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปีค.ศ. 1894 ขณะนี้ มี มาตรฐาน มากว่า 1,200 มาตรฐานที่ยูแอลได้จัดทำออกมา มาตรฐาน ยูแอล ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ในระบบก๊าซ อุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟฟ้า พลาสติก ยาง สติกเกอร์ เป็นต้น มาตรฐานUL ครอบคลุมถึงระบบการจัดการด้วยเช่น มาตรฐานโรงงานฉีดหรือขึ้นรูปชิ้นงานพลาสติก(QMMY2) มาตรฐานโรงงานประกอบชิ้นส่วนบนแผ่นวงจร(ZPVI2) มาตรฐานโรงงานผลิตชุดสายไฟฟ้า(ZPFW2) เป็นต้น

*** สรุปคร่าวๆ UL สามารถรับรอง ได้เกือบทุกประเภท คือทั่วๆไป แต่ถ้ามี radio clock ก็ต้องแปะ FCC และ CE ก็เช่นกัน คนที่จะเอาของเข้าไปขายในกลุ่ม EU ได้ก็จะต้องติด CE Mark อันนี้ก็ครอบคลุมเกือบทุกประเภทของสินค้า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องดูมาตราฐานของแต่ประเทศ

การที่เราติด CE นี่ถือว่าเป็น รับรองมาตราของสินค้าเราเอง เช่น ถ้าสินค้านั้นมีปัญหา หรือเกิด มีคนซื้อไปแล้ว เกิดปัญหาทำให้คนที่ซื้อไปเสียหาย ผู้นำเข้า + เจ้าของก็รับเละ แล้วก็มีผลใน EU เท่านั้นนะครับ ส่วนพวกที่ติดแล้วขายไปที่อื่นเช่นไทยเกิดปัญหาก็ทำใจอย่างเดียวค่ะ

*** เพิ่มเติมอีกนิดกับ
มาตรฐานโดยทั่วไป ที่ใช้กันในประเทศไทย

เนื่องจากในแต่ประเทศมีภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน และนอกจากนี้วิศวกรไฟฟ้าในแต่ละประเทศ ก็ยังมีความคิดเห็นเกี่ยวกับทางด้านเทคนิคต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทางด้านไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไปซึ่งก็เป็นเหตุที่ทำให้มาตรฐาน ที่ออกมาใน แต่ละประเทศ มีข้อกำหนดหรือกฏเกณฑ์ที่ถูกใช้ในการทดสอบค่าทางไฟฟ้าต่างๆตลอดจนความต้องการที่แตก ต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้ ประเทศที่เจริญแล้วจึงได้มีการสร้างสมาคมและมาตรฐานของแต่ละประเทศขึ้นมา ดังต่อไปนี้

มาตรฐานที่ใกล้ตัวเรามากคือ UL เป็นมาตรฐานที่กำหนดเรื่อง Frame Retardant ลองดูว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่นั้นมีเครื่องหมายนี้หรือเปล่า ถ้ามีก็แสดงว่า เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจะไม่ติดไฟง่าย ๆ ซึ่งเกือบทุกประเทศให้การยอมรับมาตรฐานนี้
ส่วนบ้านเรานั้น จะมีสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานใช้ในบ้านของเราเอง เครื่องใช้ไฟฟ้าถ้าใกล้ตัวคนมากที่สุดจำเป็นต้องได้รับ มอก. เพราะ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
อีกมาตรฐานนึงจำเป็นอย่างมาก คือ ROHS
RoHS ย่อมาจาก Restriction of Hazardous Substances เป็นข้อกำหนดที่ 2002/95/EC ของสหภาพยุโรป (EU) ว่าด้วยเรื่องของการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหมายความรวมถึงเครื่องใช้ทุกชนิด ที่ต้องอาศัยไฟฟ้าในการทำงาน เช่น โทรทัศน์ เตาอบไมโครเวฟ วิทยุ เป็นต้นซึ่งหมายความว่า ชิ้นส่วนทุกอย่างที่ประกอบเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ตั้งแต่แผงวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสายไฟ จะต้องผ่านตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสารที่จำกัดปริมาณในปัจจุบัน กำหนดไว้ 6 ชนิด ดังนี้

1.ตะกั่ว (Pb) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
2.ปรอท (Hg) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
3.แคดเมียม (Cd) ไม่เกิน 0.01% โดยน้ำหนัก
4.เฮกซะวาเลนท์ (Cr-VI) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
5. โพลีโบรมิเนต ไบเฟนนิลส์ (PBB) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
6. โพลีโบรมิเนต ไดเฟนนิล อีเธอร์ (PBDE) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับอุปกรณ์บางอย่าง ที่ยังไม่สามารถใช้สารอื่นมาทดแทนได้ หรือสารที่ใช้ทดแทน มีอันตรายมากกว่า เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ ตะกั่วในเหล็กอัลลอย นอกจากนี้ เครื่องมือด้านการแพทย์ และการทหาร ก็อยู่ในข้อยกเว้น

RoHS มีผลกับใครบ้าง

RoHS เป็นข้อกำหนดที่บังคับใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ซื้อขายในสหภาพยุโรป ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี2006 แต่ในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอมริกา ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ก็เริ่มที่จะกำหนดข้อบังคับในลักษณะนี้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าท่านเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายดังกล่าว ก็ควรจะเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อกำหนดนี้ให้มากขึ้น เพราะในอนาคต ข้อกำหนดนี้ก็คงจะแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วโลก

เลือกใช้อุปกรณ์ Pb-Free

สำหรับนักอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นผู้ออกแบบวงจร สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็น Pb-Free หรือ RoHS ได้ โดยผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกยี่ห้อ มักจะผลิตอุปกรณ์รุ่นที่เป็น Pb-Free ออกมาทดแทนอุปกรณ์รุ่นเก่า โดยอาจจะเพิ่มตัวอักษรเช่น ‘G’ เข้าไปใน Part Number แต่ยังคงมีมีฟังก์ชันการทำงานเหมือนกัน สามารถใช้แทนกันได้ สิ่งที่แตกต่างจากเดิมก็คือ อุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถทนความร้อนสูงที่ใช้ในการะบวนการประกอบแผงวงจรได้ เนื่องจากสารที่ใช้เชื่อม (ตะกั่ว) ที่เป็นแบบ Pb-Free นี้ จะมีจุดหลอมเหลวที่สูงขึ้นกว่าแบบที่ไม่เป็น Pb-Free แต่สำหรับท่านที่ซื้ออุปกรณ์ที่เป็น Pb-Free มาแล้ว แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผ่านข้อกำหนดดังกล่าว สามารถบัดกรีด้วยตะกั่วแบบธรรมดาได้ ซึ่งจะบัดกรีง่าย และสวยงามกว่า เนื่องจากตะกั่วธรรมดาจะละลายง่าย และมีความเงางามมากกว่าตะกั่วแบบ Pb-Free

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 9engineer.com, thaieasyelec.com, http://sitthipornt.multiply.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s