IndustrialPro™ Router ที่มีความ ทนทาน ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับอุตสาหกรรม

สวัสดีคร้าท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับ BlueTree Industrial Wireless Modems กันไปแล้ว วันนี้จุ๊ฟจีฟจะพาทุกท่านไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์ของ Sixnet อีกตัวหนึ่งซึ่งถ้าดูจากหน้าตาแล้วก็ไม่ได้ต่างไปจาก BlueTree Modem ตัวเดิมเลย แต่ที่แตกต่างไปก็คือความสามารถที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง และผลิตภัณฑ์ตัวนั้นก็คือ IndustrialPro™ Router ใช่แล้วค่ะ มันไม่ใช่แค่โมเดมธรรมดาแต่มันเป็นเราเตอร์ ก่อนอื่นเลยจุ๊ฟจีฟจะขออธิบายก่อนว่าเราเตอร์คืออะไรและอะไรคือเราเตอร์

Router (เราท์เตอร์) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ 3 ซึ่งฉลาดกว่า Hub และ Switch Router จะอ่าน Address ของสถานีปลายทางที่ Header ของแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนด เส้นทางที่จะส่งแพ็กเก็ตนั้นต่อไป ใน Router จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเส้นทางให้แพ็กเก็ต เรียกว่า Routing Table ข้อมูลในตารางนี้จะเป็นข้อมูลที่ Router ใช้ในการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดไปยังปลายทางถ้าเส้นทางหลักเกิดขัดข้อง Router ก็สามารถเลือกเส้นทางใหม่ได้

Routing Table  เป็นตารางข้อมูลของเส้นทางการส่งผ่านข้อมูลเพื่อใช้พิจารณาการส่งผ่านข้อมูลซึ่งในการได้มาของ Routing table มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ

  1. Static Route
  2. Dynamic Route

Static Route คือ การเพิ่มเส้นทางใน Routing Table ด้วยผู้ดูแลเนตเวิร์คเพื่อบอกให้เราเตอร์ทราบว่าถ้าต้องการจะส่งข้อมูล ไปที่ Subnet Address ใดจะต้องส่งผ่าน Router ตัวไหน ค่าที่ถูกป้อนเข้าไปในตารางเลือกเส้นทางนี้มีค่าที่ตายตัว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใดๆ บนเครือข่าย จะต้องให้ผู้ดูแลเนตเวิร์ค เข้ามาจัดการทั้งหมดซึ่งเหมาะสาหรับเครือข่ายที่มีขนาดเล็ก รักษาความปลอดภัยข้อมูล เนื่องจากสามารถแน่ใจว่าข้อมูลข่าวสารจะต้องวิ่งไปบนเส้นทางที่กำหนดไว้ให้ ตายตัว ไม่ต้องใช้ Software เลือกเส้นทางใดๆทั้งสิ้นและช่วยประหยัดการใช้ แบนวิดท์ของเครือข่ายลงได้มาก

Dynamic Route เป็นการใช้ ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมากับ Router เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการเลือกเส้นทางระหว่างRouter หลักการทำงานคือ  router จะส่ง routing table ที่สมบูรณ์ของตัวเอง ให้กับ Router เพื่อนบ้าน เรียกว่ามี Routing Protocol ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน routing table โดยที่ผู้ดูแลเครือข่ายไม่ต้องแก้ไขข้อมูล routing table ใน router เลย เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่เพราะRouter สามารถจัดการหาเส้นทางเองหากมีการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายเกิดขึ้น โดย Routing Protocol จะมี  Distance Vector และ Link State ซึ่ง routing protocol ทั้งสองประเภทจะมีจุดประสงค์ที่เหมือนกันก็คือ การทำให้เราเตอร์ปัจจุบันมีตาราง routing table ที่ประกอบด้วยเส้นทางที่ดีที่สุดที่สามารถส่งข้อมูลไปถึงซับเนตแอดเดรสปลายทางทั้งหมดได้ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือวิธีการที่จะทำให้จุดประสงค์ข้างต้นลุล่วงไปได้

Distance Vector คือการที่ router เรียนรู้โครงสร้างเนตเวิร์คและซับเนตแอดเดรสปลายทางต่างๆ โดยอาศัยการแลกเปลี่ยนตารางเราติ้งเทเบิลกับตารางเราติ้งเทเบิลของเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าเราเตอร์เพื่อนบ้านของมันรู้จักกับซับเนตแอดเดรสอะไรบ้าง เพื่อที่จะอัพเดตตารางเราติ้งเทเบิลของตนเองว่า ถ้ามีแพ็กเก็ตที่มีแอดเดรสปลายทางเป็น subnet address ที่เราเตอร์เพื่อนบ้านรู้จักก็จะส่งต่อแพ็กเก็ตนั้นไปให้เราเตอร์เพื่อนบ้านตัวดังกล่าวเลย  ซึ่งตัวอย่างโปรโตคอลประเภทนี้ได้แก่ เร้าติงโปรโตคอลที่ชื่อ RIP (Routing Information Protocol)

Link State สำหรับ link State เราเตอร์จะส่งข้อมูลอินเตอร์เฟสทั้งหมดของมันไปให้กับเราเตอร์เพื่อนบ้าน เพื่อให้เราเตอร์เพื่อนบ้านคำนวนหาเส้นทางที่ดีที่สุดเอง เราเตอร์จะไม่รู้จักแค่เราเตอร์เพื่อนบ้านแต่จะรู้จักเราเตอร์ข้างเคียงด้วยทำให้เราเตอร์สามารถเห็นภาพรวมทั้งหมดของเนตเวิร์คเป็นอย่างดีซึ่งข้อแตกต่างสำคัญของของ Distance Vector กับ link State คือ Distance Vector จะเชื่อเราเตอร์เพื่อนบ้านเป็นหลัก เพื่อนบ้านอัพเดตข้อมูลใดมาก็จะอัพเดตเราติ้งเทเบิลของตัวเองไปตามนั้น แต่ถ้าเป็น link state เราเตอร์จะพยายามหาแผนผังของเครือข่ายทั้งหมดด้วยตนเองก่อนแล้วค่อยมาหาเส้นทาที่ดีที่สุดภายหลัง ซึ่งตัวอย่างโปรโตคอลประเภทนี้ได้แก่ เร้าติงโปรโตคอลที่ชื่อ OSPF (Open shortest part test)

ทั้งหมดนี้คือความสามารถของ IndustrialPro™ Router แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะค่ะ นอกจากความสามารถในการเป็นเราเตอร์แล้ว IndustrialPro™ Router ยังมีความสามารถอื่นอีกซึ่งก็คือ

Virtual Router Redundancy Protocol (VRRP) ทำงานในลักษณะของการ Backup อุปกรณ์ในนระบบเครือข่าย โดยจะมีอุปกรณ์หลักและอุปกรณ์สำรอง ที่ใช้ในการเป็น Gateway ในการรับส่งข้อมูล ถ้าหากอุปกรณ์หลักเกิดเสียหรือขัดข้อง อุปกรณ์รองจะมาทำงานเป็น Gateway แทน

Secure Sockets Layer (SSL)โปรโตคอลความปลอดภัยที่ถูกใช้เป็นมาตรฐาน ในการเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำงานอยู่ระหว่าง Application layer และ Transport layer โดยการเข้าและถอดรหัสข้อมูล

VPN Tunnel VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN – Wide Area Network)   โดยอาศัย Internet เป็นตัวกลางมีการทํา Tunnel หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูลมีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสำหรับความสามารถในการทำงานของ IndustrialPro™Router ยังไม่หมดเท่านี้นะค่ะไว้คราวหน้าจุ๊ฟจีฟจะมาเล่าวิธีการใช้งานในแต่ละฟังก์ชั่นที่น่าสนใจของ IndustrialPro™ Router สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดที่ใช้งาน BlueTree Industrial Wireless Modems อยู่ก็ไม่ต้องเสียใจนะคร้า เราสามารถอัพเกรด BlueTree Modem ให้เป็น Router ได้ แต่จะทำอย่างไรนั้นก็ต้องติดตามชมตอนต่อไปนะคร้า สวัสดีค่ะ

http://www.riverplus.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s