KPI การวัดประสิทธิภาพของการจัดสินค้า ด้วยระบบ Digital Picking System (DPS)

KPI (Key Performance Indicator) คือ เครื่องมือที่ใช้วัดผลการดำเนินงานหรือประเมินผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ขององค์กร ซึ่งสามารถแสดงผลของการวัดหรือการประเมินในรูปข้อมูลเชิงประมาณเพื่อสะท้อนประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์กรหรือหน่วยงานภายในองค์กรสามารถ กำหนดวัตถุประสงค์ หรือผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ (What to measure?)กำหนดปัจจัยสู่ความสำเร็จหรือปัจจัยวิกฤต (Key Success Factor or Critical Success Factor) ที่สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์หรือผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ เช่น ปัจจัยด้านคุณภาพ ปริมาณ ต้นทุน การส่งมอบ ความพึงพอใจ ความปลอดภัย และการเพิ่มผลผลิต กำหนดตัวดัชนีชี้วัดที่สามารถบ่งชี้ความสำเร็จ/ประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์หรือผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ
(How to measure?)

DPS_KPI002

การคำนวณ KPI จะใช้ตัวแปร 3 ตัวแปรคือ
1.Push Per Hour: จำนวนการกดปุ่มต่อชั่วโมง
2.People : จำนวนพนักงานจัดสินค้า
– แบ่งตาม Zone
– แบ่งตาม Area
– แบ่งตามช่วงเวลาทำงาน
3.Working Time: เวลาการจัดสินค้า
– start push first pick
– end push last pick

DPS_KPI001

ประโยชน์ของการคำนวณ KPI
1.เพิ่มยอดการสั่ง Order
2.สามารถส่งสินค้าได้ตรงต่อเวลามากขึ้น
3.กระตุ้นให้พนักงานมีความกระตือรือร้นมากขึ้น
4.เพิ่มความมั่นใจของลูกค้าที่มา Audit
5.ทำให้สามารถวางแผนการบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

DPS001

ทำไมต้องใช้ KPI ในการวัดการหยิบสินค้า?
เพราะ KPI จะทำให้ผู้บริหารสามารถที่จะวัดและประเมิณประสิทธิภาพการจัดสินค้าของพนักงานจากจำนวนสินค้าที่จัดได้ในแต่ละวัน โดยค่า KPI นี้จะได้มาจากการเปรียบเทียบตัวแปร ระหว่างเป้าหมายที่ตั้งไว้ กับผลลัพธ์ของการทำงานที่ทำได้จริง ยกตัวอย่างเช่น จำนวนการจัดสินค้าต่อชั่วโมง , จำนวนการจัดสินค้าต่อพนักงานหนึ่งคน เป็นต้น ซึ่งค่าที่ได้เหล่านี้สามารถนำมาเป็นมาตราฐานในการจัดสินค้า เพื่อทำให้พนักงานมีความกระตืนรื้อร้นในการจัดสินค้า และทราบถึงเป้าหมายในการทำงานแต่ละวัน และยังทำให้ลูกค้ามีความมั่่นใจในการสั่ง Order ที่ได้สินค้าตามเวลาที่กำหนด ซึ่งมีผลทำให้จำนวน Order ในแต่ละวันมียอดการสั่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน พนักงานและเวลาในการทำงานเท่าเดิม

DPS002

ค่าที่วัดได้จาก KPI จะทำให้สามารถทราบถึงข้อบกพร่องหรือสาเหตุของการล่าช้าในการจัดสินค้าได้ทันที เพราะค่า KPI ที่วัดได้ จะมาจากการเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดและมีความน่าเชื่อถือสูงในรูปแบบ Realtime ซึ่งจะประกอบได้ด้วยข้อมูลดังนี้
1.ข้อมูลรายชื่อพนักงานที่ทำงานอยู่ในระบบ
2.จำนวนสินค้าที่จัดได้ในล่าสุดของพนักงานแต่ละคน ซึ่งสามารถราบรวมและจัดกลุ่มตาม Zone ที่มีการแบ่งไว้ในระบบ หรือ รวมเป็น Total Quantity ที่หยิบได้หมดของระบบ
3.จำนวน Order ที่จัดได้ล่าสุด ของพนักงาน แต่ละคน ซึ่งสามารถรวมเป็น Total Order ที่ทำเสร็จจริง เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบกับ Order ทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ ที่ต้องทำการจัดสินค้าให้กับลูกค้าในแต่ละวัน หรือรอบของการส่งที่มีการตกลงกันไว้
4.ระยะเวลาในการจัดสินค้า ตั้งแต่เริ่มต้นจัดสินค้า จนถึงเวลาสิ้นสุดการจัดสินค้า ในแต่ละ Order

DPS003

การวัดประสิทธิภาพการจัดสินค้าจาก KPI นี้จะทำให้ผู้บริหารสามารถลดต้นทุนในการจ้างพนักงาน และสามารถนำต้นทุนในส่วนที่เป็นรายจ่ายนี้ ไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในขบวนการจัดสินค้า เช่น ลดต้นทุนของกระดาษ การลดค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร เป็นต้น

โดยผู้บริหารสามารถจะย้ายพนักงานในส่วนการจัดสินค้านี้ ไปใช้ในส่วนอื่น ที่เกี่ยวข้องกับวงจร Supply Chain ได้ดังนี้
1.สามารถย้ายไปในส่วนของ Inbound ซึ่งจะทำให้สามาถรับสินค้าของ Order ที่รวดเร็วมากขึ้นและทำใช้เวลาในการทำงานน้อยลง เพื่อให้เกิดการไหลของ Order ที่มีความต่อเนื่องในการจัดสินค้าเพื่อลดปัญหาการว่างงานของพนักงานจัดสินค้า
2.สามารถย้ายพนักงานไปในส่วนของ Outbound ซึ่งเป็นขบวนการสุดท้าย ก่อนที่จะส่งสินค้าไปยังลูกค้า ซึ่งถ้าภายใน Warehouse มีการจัดสินค้าที่รวดเร็ว แต่ขาดประสิทธิภาพขบวนการจัดส่งสินค้า ก็สามารถที่จะนำพนักงานมาช่วยลดเวลาในการส่งสินค้า และเพิ่มยอดการส่งสินค้าให้ได้มากขึ้น เช่นกัน

DPS004

โดยสรุปแล้ว ผลที่ได้จากการวัด KPI ในการหยิบสินค้า จะทำให้ผุ้บริหารได้รับประโยชน์และคุณค่าจากการวัดดังนี้

  • สามารถวางแผนในเรื่องของปริมาณคนที่ต้องใช้ในการจัดสินค้า
  • สามารถบริหารเวลาในการจัดสินค้าได้อย่างแม่นยำ
  • สามารถคำนวณจำนวน Order สูงสุดที่จะจัดได้ในแต่ละวัน
  • สามารถใช้ข้อมูลในการจัดสินค้าย้อนหลัง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในเวลาที่กำหนด
  • สามารถทราบสาเหตุของการล่าช้าในการจัดสินค้า เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้งานไม่สำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย
  • สามารถติดตามพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อและปรับปรุงศักยภาพของพนักงานในการจัดสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 7.
  • สามารถกำหนดนโยบายในการจัดสินค้าที่เป็นมาตราฐาน เพื่อให้การจัดสินค้าบรรลุเป้าหมายสูงสุดตามนโยบายขององค์กร
  • สามารถทราบงบประมาณในการจัดสินค้า เพื่อวางแผนการขยายตลาดในอนาคต
  • ลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับค่าปรับ ในกรณีที่ส่งสินค้าไม่ทันตามที่กำหนด
  • Advertisements

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s