ทำไมต้องใช้งาน 802.11A WI-FI ย่าน 5GHZ

ทำไมต้องใช้งาน 802.11A WI-FI ย่าน 5GHZ

wifi01

ทั่วไปแล้วเราจะคุ้นเคยกับ มาตรฐานย่าน Wi-Fi ย่าน 2.4G ซึ่งแทบทุกอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อ WI –FI ได้แทบทั้งหมดทำงานบน มาตรฐานย่านความถี่นี้ จึงมีความหนาแน่นในการใช้งาน ในช่องความถี่ และมีกำลังส่งในระยะสั้น ดูจากตาราง

wifi10

มาตรฐาน Wi-Fi ย่าน 5GHz มีช่วงความถี่และกำลังส่งสูงกว่า มาตรฐานย่าน Wi-Fi ย่าน 2.4G
มาตรฐาน Wi-Fi ย่าน 5GHz หรือ IEEE802.11a นั้น ได้ถูกแนะนำสู่ตลาดอุปกรณ์เครือข่ายมาหลายปีแล้วในหลายประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยเมื่อปี 2550 กทช.ก็ได้ประกาศให้ประชาชนสามารถใช้งานย่านความถี่ 5GHz ได้เช่นกัน

ซึ่งจะสังเกตุได้ว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Laptop PDA หรือ Smart Phone ที่วางจำหน่ายในบ้านเราในปัจจุบัน ก็สามารถรองรับมาตรฐาน Wi-Fi ย่าน 5GHz นี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่อุปกรณ์ ในงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ซึ่งจะสังเกตุเห็นสัญลักษณ์เช่น IEEE802.11a/b/g/n ซึ่งแน่นอนว่านอกจากมาตรฐานย่าน 2.4G ที่รองรับการรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูง300Mbpsb บนมาตรฐาน 802.11n แล้ว Wi-Fi ย่าน 5GHz นี้ก็ยังสามารถรองรับความเร็วระดับ 300Mbps ได้เช่นกัน เทคโนโลยี Wi-Fi ที่ทำงานบนย่าน 802.11a นี้มีข้อดีหลายประการ ที่มีประโยชน์ทั้งผู้ใช้งานตามบ้าน ภาคธุรกิจ และรวมไปถึงหน่วยงานราชการ ที่สามารถนำเอาย่านความถี่นี้ไปประยุกต์ใช้ให้การใช้งานเครือข่ายไร้สาย มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อีกด้วย เนื่องจากมาตรฐานย่าน 2.4G มีการใช้งานที่แพร่หลายและยาวนานมาก จึงทำให้การใช้งาน ในย่านความถี่นี้ หนาแน่นจนเกินไป

ข้อกำหนดของจาก กทช.
ตามประกาศของกทช.เรื่อง “มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคม
ที่ใช้เทคโนโลยี Broadband Wireless Access
ในลักษณะ Radio Local Area Network (RLAN)”- ฉบับแก้ไข เมื่อเดือนตุลาคม 2550 กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิ์ใช้งานย่านความถี่ สำหรับใช้เป็นเครือข่ายไร้สายระใกล้โดยมีใจความสำคัญดังต่อไปนี้

1 ย่านความถี่และกำลังที่อนุญาตให้ใช้งานโดยไม่ต้องขออนุญาต
802.11a Channel Scheme
มาตรฐาน 802.11a ในเทคนิคในการเข้ารหัสสัญญาณแบบ OFDM เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 802.11g โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 54Mbps เช่นเดียวกับ 802.11g ที่ย่าน 2.4GHz แต่ 802.11a ไปใช้ย่านความ5GHz นั่นเอง

wifi02.jpg

จากรูปด้านบน จะสังเกตุได้ว่า 802.11b นั้น (รูปกลาง) มีการแบ่งช่วงของช่องสัญญาณในแต่ละChanel ซ้อนทับกัน ทำให้ในการออกแบบเครือข่ายWi-Fiเพื่อใช้งานจริงนั้น เราจะสามารถใช้ช่องสัญญาณในบริเวณเดียวกันได้เพียง3ช่องสัญญารเช่นช่อง 1, 6 และ 11 เป็นต้น ซึ่งหากคำนวณเป็นBandwidthรวมของพื้นที่นั้นแล้วก็จะได้Bandwidthรวมเพียง 170Mbps(54x3Mbps) เท่านั้น แต่สำหรับ 802.11a (รูปบนสุดและล่างสุด) การแบ่งช่องสัญญาณจะเกือบไม่มีการซ้อนทับกันเลย และมีจำนวนช่องสัญญาณมากกว่า (ประเทศไทยสามารถใช้ช่องสัญญาณถึง 25 ช่อง) ทำให้ผู้ออกแบบสามารถใช้ช่องสัญญาณที่อยู่ติดกันได้เช่นในพื้นที่หนึ่งสามารถติดตั้ง Access Point 12 ตัวที่ใช้ Chanel ต่างกันก็จะส่งผลให้มีBandwidthรวมมากถึง 648Mbps เป็นต้น

ประโยชน์ของ 802.11a
– Higher Performance
เหตุผลหลักๆในการเปลี่ยนไปใช้ 802.11a นั่นก็คือ เมื่อเราต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น เพื่อรองรับ Application ที่ต้องการความเร็วสูงเช่น Video Streaming, VoIP หรือการส่งไฟล์ใหญ่ๆภายในเครือข่ายเป็นต้น และที่สำคัญในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นในการใช้งานสูง เช่นห้องประชุม ห้องเรียน หรือในอาคารสำนักงานที่มีพนักงานนั่งอยู่รวมกันจำนวนมากเป็นต้น ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ 802.11b/g อาจไม่สามารถรองรับได้

wifi03

– Less RF interference
อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าไม่ใช่เฉพาะอุปกรณ์ Wi-Fi 802.11b/g เท่านั้นที่ใช้ย่านความถี่ 2.4Ghz อยู่ ยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่ทำงานบนย่านเดียวกันนี้เช่นกันเช่น โทรศัพท์ไร้สาย (Cordless Phone), หูฟังBluetooth หรือแม้แต่เตาไมโครเวฟ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มักสร้างปัญหาสัญญาณรบกวน ที่จะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเครือข่ายของเราลดลงอีกด้วย

-Higher Transmit Power Allow
จากข้อกำหนดของกทช.ที่ล้วนแล้วแต่ใช้ข้อกำหนดตามมาตรฐานเดียวกับหน่วยงานกำกับดูแลของอเมริกา (FCC) และยุโรป (ETSI) ซึ่งต่างก็กำหนดให้การใช้งานย่านความถี่ในช่วง 5.4 – 5.8 GHz สามารถมีกำลังส่งสูงได้ถึง 1วัตต์ และอนุญาตให้สามารถนำมาใช้งานนอกอาคารได้ ซึ่งเราก็สามารถนำเอาอุปกรณ์ที่รองรับย่านความถี่นี้มาใช้งานเพื่อใช้เป็นวงจรเชื่อมต่อเครือข่ายภายในระยะไกลได้เช่น การเชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับโรงงาน การเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดระยะไกลแบบไร้สาย หรือแม้แต่การให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายสำหรับหมู่บ้านได้เป็นต้น ซึ่งย่านความถี่ 5GHz ถือว่ายังเป็นย่านที่มีอัตราการใช้งานต่ำ และมีปัญหาสัญญาณรบกวนอันเกิดจากการใช้งานของผู้อื่นต่ำกว่าย่าน 2.4GHz มากจึงเหมาะกับการนำมาใช้ภายนอกอาคารมากกว่า

wifi04

802.11a รองรับ Wireless-N
ในปัจจุบันอุปกรณ์ Access Point รุ่นใหม่ มักออกแบบให้รองรับมาตรฐาน IEEE802.11n ที่มีการพัฒนาการเข้ารหัสสัญญาณให้ทำงานโดยใช้ย่านความถี่กว้างขึ้นเป็น 40Mhz และมีการใช้เทคนิคเสาอากาศและภาครับส่งสัญญาณแบบ MIMO (Multiple In – Multiple Out) ซึ่งทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลมีมากถึง 300Mbps ซึ่ง IEEE802.11n นี้ก็รองรับการทำงานในย่าน 5Ghz ของ 802.11a ด้วยเช่นกัน โดยอุปกรณ์ Access Point ที่มีขายในท้องตลาดอาจจะระบบว่ามีความเร็วถึง 600Mbps นั้นก็ไม่ต้องตกใจ นั่นหมายความว่าความเร็วในย่าน 2.4GHz รวมกับ ย่าน 5GHz ย่านละ 300Mbps รวมเป็น 600Mbps นั่นเอง

wifi05

การนำ 802.11a ไปใช้ High Density Area
แน่นอนว่าในพื้นที่ที่มีการใช้งานเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi ย่านความถี่ 2.4GHz อย่างหนาแน่นเช่นในเขตเมือง ในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ หอประชุม หรืออาคารเรียนบางครั้งการใช้งาน 802.11b/g มักพบปัญหาสัญญาณขาดหาย ความเร็วขึ้นๆลงๆ การส่งไฟล์งานต่างๆมีปัญหานั้น ปัญหาส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหา RF Interference หรือปัญหาสัญญาณรบกวนจากเครือข่ายเพื่อนบ้านนั่นเอง ซึ่ง 802.11a ที่ทำงานในย่าน 5GHz น่าจะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ลดไปได้อย่างมาก และหากผู้ดูแลระบบจะมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้น ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจลงทุนทีเดียว

Lan to Lan
การสร้างเครือข่ายภายนอกอาคาร สามารถทำได้อย่างประหยัด รวดเร็ว และสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยอาศัยอุปกรณ์ที่รองรับความถี่ย่าน 5GHz นี้เอง เช่นการเชื่อมต่อเครือข่ายของสำนักงานไปยังโกดังสินค้า การเชื่อมต่อระบบ Point of Sale ของโรงแรมไปยังบาร์อาหารที่ชายหาด การติดต่อสื่อสารระหว่างโรงงานต่อโรงงาน รวมถึงนิคมสู่นิคม หรือการใช้อุปกรณ์แบบ Outdoor เพื่อเป็นเครือข่ายหลัก (Backhaul) ให้แก่อุปกรณ์ access network อื่นๆเพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตเป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ไร้สายที่ทำงานในย่าน5GHz นี้หลายๆรุ่นสามารถติดตั้งเสาอากาศเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการในการสร้างเครือข่าย LAN to LAN แบบ Point to Point หรือ Point to Multipoint ซี่งเหล่านี้ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถออกแบบการใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมและเป็นไปตามกฏหมายกำหนดได้

wifi06

wifi07

Wireless CCTV
การติดตั้งระบบ CCTV ที่ต้องครอบคลุมพื้นที่ในระดับเมืองนั้น โดยทั่วไปโครงข่ายหลักจะอาศัยการลากสาย Optic Fiber ซึ่งมีต้นทุนในการติดตั้งค่อนข้างสูง และมักประสบกับปัญหาสาย Optic Fiber ถูกลักลอกตัดหรือถูกทำลายจากผู้ไม่หวังดีได้ง่าย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาค่อนข้างนานอีกด้วย การนำเอาเทคโนโลยี WLAN เข้ามาเสริมเพื่อใช้เป็นเครือข่ายไปยังกล้องวงจรปิดที่กระจายอยู่พื้นที่ในเมืองนั้น ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยอาศัยย่านความถี่ 5GHz ซึ่งช่วยลดปัญหาสัญญาณรบกวนอันเกิดจากการใช้งานของประชาชนโดยทั่วไปนอกจากนั้นการนำ WLAN มาใช้งานยังช่วยลดปัญหาการลักลอบตัดสายที่มักเกิดจากระบบแบบมีสายอีกด้วย อีกทั้งการขยายจุดติดตั้งกล้องวงจรปิด ยังสามารถทำได้ง่ายรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนกว่าอีกด้วย

การใช้งาน Wi-Fi ในประเทศไทย ในย่าน 2.4 และ 5GHZ
ปัจจุบันผู้ให้บริการ Internet นั้นมีการให้บริการ Internet Wi-Fi กันอย่างแพร่หลาย ในเกือบแทบทุกสถานที่ และให้บริการในย่าน ความถี่ 2.4 GHZ จึงทำให้เกิดความหนาแน่น และการเบียด ช่องสัญญาณ ดังภาพ เปรียบเทียบ การตรวจพบ ผู้ปล่อยและใช้ ช่องสัญญาณ ที่ถูกใช้งาน

wifi08

wifi09




——————————————————————————
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Nuttasart Rojjanawattanawutti (Soon)
Sale Engineer (MIS Product)
nuttasart@riverplus.com
http://www.riverplus-ipc.com

ที่มาของข้อมูล http://www.nexcom.com/news/Detail/unbeatable-cost-effective-industrial-wi-fi-iwf-500-supports-p2p-p2mp-for-semi-outdoor-applications



Advertisements

1 คิดบน “ทำไมต้องใช้งาน 802.11A WI-FI ย่าน 5GHZ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s